LEVEL 1 l EXP 20
ไวรัสตับอักเสบบี
โรคไวรัสตับอักเสบ บี Hepatitis B เกิดจากเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ทำให้เกิดการอักเสบของตับแบบเฉียบพลันหรือแบบเรื้อรัง ในปัจจุบันไวรัสตับอักเสบบีเป็นสาเหตุของตับอักเสบและทำลายตับ ทำให้เกิดโรคตับแข็ง และมะเร็งตับได้ในอนาคต

ไวรัสตับอักเสบบีติดต่อได้อย่างไร?

ไวรัสตับ อักเสบ บี สามารถแพร่กระจายผ่านทางเลือด การใช้เข็มร่วมกัน การสัมผัสสารคัดหลั่ง ทางเพศสัมพันธ์ และติดต่อจากแม่สู่ลูก

อาการของไวรัสตับอักเสบบี
ไวรัสตับ อักเสบ บีสามารถแบ่งอาการออกเป็น 2 ระยะคือ

ไวรัสตับอักเสบ บีเฉียบพลัน โดยอาการของโรคไวรัสตับอักเสบบีเฉียบพลันคือ ตัวเหลือง ตาเหลือง มีไข้ ปวดท้องบริเวณใต้ชายโครงขวา เซลล์ตับถูกทำลาย ซึ่งผู้ที่เป็นโรคไวรัสตับอักเสบบี มีเพียงร้อยละ 5-10 ที่มีโอกาสเป็นตับอักเสบเรื้อรัง
โรคตับอักเสบบีเรื้อรัง จะมีอาการนานเกินกว่า 6 เดือน โดยแบ่งได้อีกเป็น 2 ชนิดได้แก่
ชนิดตับอักเสบเรื้อรังไม่รุนแรง (Chronic Persistent) แบบค่อยเป็นค่อยไป
ชนิดตอักเสบเรื้อรังแบบรุนแรง (Chronic Active Hepatitis) เป็นอาการอักเสบที่เกิดจากตับถูกทำลายไปมากและเกิดอาการตับแข็ง ในผู้ที่เป็นโรคตับอักเสบเรื้อรัง ผู้ป่วยมักไม่มีอาการเกิดขึ้น แต่เชื้อไวรัสจะทำลายตับไปเรื่อยๆ จนเกิดอาการตับแข็งและท้ายสุดจะกลายเป็นมะเร็งตับ
การวินิจฉัยไวรัสตับอักเสบบี
แพทย์จะเจาะเลือดตรวจการทำงานของตับ และตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบ

กลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี
ผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัว เช่น สามี ภรรยา มารดา เป็นผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี
ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน
ผู้ติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ชนิดอื่นๆ
ผู้ที่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับผู้อื่น

การปฏิบัติตัวเมื่อติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี
หากมีการตรวจพบเชื้อ ไวรัสตับอักเสบบี แบบเฉียบพลัน ควรขอรับคำแนะนำจากแพทย์เกี่ยวกับการดูแลตัวเอง และระมัดระวังการแพร่เชื้อไปสู่คนใกล้ชิด โดยวิธีการปฏิบัติตัวหากมีเชื้ออยู่ในร่างกายทำได้ดังนี้

รับประทานยาและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
ไม่ใช้ยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์
รับการตรวจเลือดอย่างสม่ำเสมอ เพราะการตรวจเลือดจะทำให้ทราบว่าตับมีการอักเสบมากหรือน้อย
บอกให้คนใกล้ชิดทราบ เพื่อฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี

ผู้ที่ควรรับวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี
ผู้มีพฤติกรรมเปลี่ยนคู่นอนบ่อย
ผู้ป่วยที่ได้รับเลือดบ่อย ๆ
ผู้ที่ใช้สารเสพติดชนิดฉีดเข้าเส้น
ทารกแรกเกิดทุกราย เด็ก และวัยรุ่นที่ไม่ได้รับวัคซีนเมื่อแรกเกิด
ผู้ที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบบี

ผลข้างเคียงจากวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ บี
วัคซีนอาจทำให้เกิดอาการแพ้อย่างรุนแรงได้ แต่อย่างไรก็ตาม อาการแพ้อย่างรุนแรงจากวัคซีนพบได้น้อยมาก ซึ่งส่วนใหญ่มักไม่มีปัญหาใด ๆ
อาการที่อาจจะพบหลังจากฉีดวัคซีน ได้แก่ มีไข้ต่ำ ปวด บวม แดง บริเวณที่ฉีดวัคซีน ซึ่งมักหายได้เองภายใน 1-2 วัน
อาการอื่น ๆ ที่อาจพบได้ ได้แก่ ปวดเมื่อย เพลีย ปวดศีรษะ เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ
หากมีอาการปวดบวมบริเวณที่ฉีดวัคซีนให้ประคบเย็น แต่ถ้ามีอาการผิดปกติอื่นนอกเหนือจากนี้ควรปรึกษาแพทย์

การป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบบี
ควรฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี
มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยโดยใช้ถุงยางอนามัย / ไม่เปลี่ยนคู่นอนหลายคน
เด็กแรกเกิดควรได้รับวัคซีนมากที่สุด เพราะติดเชื้อได้ง่าย
ก่อนแต่งงานหรือวางแผนตั้งครรภ์ควรตรวจหาเชื้อไวรัสพร้อมคู่สมรส
ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี


“ไวรัสตับอักเสบบีไม่สามารถแพร่กระจายผ่านการ กอด จูบ การไอ จาม การจับมือ การกินอาหารร่วมภาชนะเดียวกัน”

อ่านบทความเกี่ยวกับไวรัสตับอักเสบบี เพิ่มเติมได้ที่ >> https://www.lovefoundation.or.th/hepatitisb
Posted : เมื่อ 8 มกราคม 2021 ในห้อง : Zheza
บอกต่อเพื่อน
Url / Link : copy
Embed Code : copy
  ยังไม่มีความเห็น!
Zheza l MyZheza l Shopping Mall l Diary l Webboard l Pleng.com