LEVEL 3 l EXP 179
อันตรายของแบคทีเรีย ไรฝุ่นจากเสื้อผ้าที่สวมใส่


พญ. วรรณวิพุธ สรรพสิทธิ์วงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านการแพทย์ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวถึงอันตรายจากไรฝุ่นว่า "ไรฝุ่นคือสารก่อภูมิแพ้อันดับ 1 คิดเป็นอัตราส่วนสูงถึงร้อยละ 70-90% ของผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ในประเทศไทย เนื่องจากมีภูมิอากาศร้อนชื้นเอื้อต่อการเจริญเติบโตได้ดี โดยไรฝุ่นจะผลิตสารก่อภูมิแพ้อย่าง มูลของไรฝุ่น ออกมาหลังจากอยู่อาศัยบนผ้าสำหรับเครื่องนอนอย่าง ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม หรือปลอกหมอนซึ่งเมื่อร่างกายของเราสัมผัส มูลของไรฝุ่นจะเข้าไปกระตุ้นอาการภูมิแพ้ให้รุนแรงขึ้นซึ่งมีตั้งแต่ระดับที่น่ารำคาญ เช่น คัดแน่นจมูก ไอ จาม น้ำมูกไหล มีผื่นคัน คันตา คันในคอ หรือที่เรียกกันว่าโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic rhinitis) ไปจนถึงระดับที่อาการรุนแรงขึ้นมาในคนที่ไวต่อสารก่อภูมิแพ้อย่างคนที่ป่วยเป็นโรคหอบหืดที่เราเรียกว่า อาการจับหืดเฉียบพลันซึ่งมีอันตรายถึงแก่ชีวิต โดยมูลของไรฝุ่นจะเข้าไปกระตุ้นให้ทางเดินหายใจหดตัว ทำให้หายใจไม่ออก ยิ่งหากได้รับเชื้อราเข้าไปด้วยแล้ว อาจยิ่งกระตุ้นอาการหอบหืดให้รุนแรงยิ่งกว่าเดิมจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ หากไปพบแพทย์หรือได้รับการช่วยเหลือไม่ทันเวลา"

อย่างไรก็ตามพฤติกรรรมของคนเมืองในปัจจุบันที่มักวุ่นกับการทำงาน และกิจกรรมต่าง ๆ จนแทบไม่เหลือเวลาในการทำงานบ้าน รวมถึงการซักผ้า และการทำความสะอาดผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ผ้าห่ม หารู้ไม่ว่า ผ้าที่หมักหมมและไม่ได้รับการทำความสะอาด คือแหล่งที่อยู่และแพร่พันธุ์ที่สำคัญของเชื้อโรค และไรฝุ่น เพราะผ้าเหล่านี้อาจปนเปื้อนไปด้วยเหงื่อไคล คราบสกปรกต่าง ๆ ที่ติดมาจากร่างกาย หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง ซึ่งทำให้เชื้อแบคทีเรียและเชื้อราต่าง ๆ นั้นเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งขี้ไคลและสปอร์ของเชื้อราคือแหล่งอาหารที่สำคัญที่ทำให้ไรฝุ่นนั้นสามารถเจริญเติบโตได้ดีและแพร่พันธุ์บนผ้าของเรามากยิ่งขึ้น

ทางผลิตภัณฑ์ซักผ้าโอโม มีเคล็ดลับดี ๆ ที่ช่วยขจัดเชื้อโรคและไรฝุ่นไม่ให้มารบกวนอีกต่อไป ให้คุณมั่นใจในความขาวสะอาดของผ้าและเครื่องนุ่มห่มอย่างแท้จริง

ทำความสะอาดตู้เสื้อผ้า อย่าปล่อยให้ไรฝุ่นยึดพื้นที่ในตู้เสื้อผ้า ควรทำความสะอาดด้วยการดูดฝุ่นและเช็ดเป็นประจำ เพื่อลดความชื้นและกำจัดมูลของไรฝุ่นและดูแลไม่ให้เกิดเชื้อราซึ่งเป็นแหล่งอาหารสำคัญของไรฝุ่น
เก็บเครื่องนอนและเครื่องนุ่งห่มในที่แห้งและมีประตูปิดมิดชิด เพราะเชื้อโรคและไรฝุ่นมักเติบโตได้ดีในที่อับ และมีความชื้นสูง

เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าที่ช่วยขจัดลึกถึงเชื้อโรคและไรฝุ่นอย่างสม่ำเสมอ เพราะข้อมูลจากสถาบันโรคภูมิแพ้แห่งประเทศอังกฤษ (Allergy UK) เผยว่าอุณหภูมิน้ำที่สามารถขจัดไรฝุ่นนั้นต้องมากกว่า 60 องศาขึ้นไป แต่น้ำสำหรับการซักผ้าด้วยมือหรือแม้แต่เครื่องซักผ้าปกติมีอุณหภูมิเพียงแค่ 30-40 องศา การใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าที่ขจัดเชื้อโรคและไรฝุ่นจึงเป็นตัวช่วยสำคัญที่ขจัดไรฝุ่นและมูลของไรฝุ่นได้ดียิ่งขึ้น
สำหรับหนาวนี้ที่กำลังมาถึง เตรียมรื้อเสื้อกันหนาวที่เก็บอยู่ในลิ้นชักหรือตู้เสื้อผ้าข้ามปี และเริ่มทำความสะอาดด้วยการ แช่แข็งเสื้อกันหนาวหรือแจ็คเกตในถุงพลาสติกข้ามคืน ก่อนซักและตากเสื้อกันหนาวกลางแดดจัดก่อนสวมใส่ เพื่อกำจัดไรฝุ่นที่อาจหมักหมมและแพร่พันธุ์เป็นจำนวนมากบนเสื้อกันหนาวในช่วงที่ถูกเก็บอยู่ในลิ้นชักหรือตู้เสื้อผ้าตลอดหลายเดือนก่อนช่วงฤดูหนาว


รู้จักเจ้าวายร้ายตัวจิ๋วบนเสื้อผ้าอย่าง "ไรฝุ่น" ต้นตอหนึ่งของโรคภูมิแพ้ไรฝุ่นเรื้อรังของคนทั่วโลกและคนไทยกันแล้ว ก็อย่าลืมหมั่นดูแลเสื้อผ้าให้ขาวสะอาดและปราศจากเชื้อโรคและไรฝุ่นกันให้ดี ด้วยเคล็ดลับจำขึ้นใจง่ายๆ คือ "อะไรซักได้ ต้องซัก ตากแดดได้ ต้องตาก" เพราะการซักผ้าเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสุขอนามัยที่ดี เพื่อเป็นเกราะป้องกันให้คุณและคนที่อยู่ใกล้ตัวคุณปลอดภัยจากเชื้อโรคและไรฝุ่น

อ่านบทความดีๆต่อได้ที่ http://women.kapook.com/view96126.html
Posted : เมื่อ 18 กันยายน 2014 ในห้อง : สวนสาธารณะ
บอกต่อเพื่อน
Url / Link : copy
Embed Code : copy
  2ความเห็น!
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆค่ะ ได้ความรู้เรื่องซักผ้าที่จะขจัด เชื้อโรคและแบคทีเรียในเสื้อผ้ามากขึ้นเลยค่ะ
เมื่อ 29 กันยายน 2014
LEVEL 2 l EXP 30
โอโมสูตรแอนตี้แบคนี่ใช้ดีจริงๆค่ะ ขอบคุณสำหรับสาระดีๆ ที่บ้านเราใช้แต่สูตรนี้ไม่คิดจะเปลี่ยนเลย
เมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2015
LEVEL 2 l EXP 30
Zheza l MyZheza l Shopping Mall l Diary l Webboard l Pleng.com