LEVEL 7 l EXP 966
ฟุตบอลโลก 2010 เหมือนหนังเรื่องอะไร ?
ฟุตบอลโลก 2010 เหมือนหนังเรื่องอะไร ?



อาจจะตกรอบแรกหมดทั้ง 4 ทีม แต่เอเชียก็สร้างชื่อไว้มากในการทำผลงานบอลโลก 2010 ครั้งที่ 19 นี้ เทียบกับทีมจากยุโรปแล้ว พวกเขาหกคะเมนตีลังกาหลังชี้ฟ้ามากกว่า ไม่เชื่อลองไปถามทีมอย่างฝรั่งเศส อังกฤษ และอิตาลี ไม่เว้นแม่แต้เยอรมนีกับสเปน ที่ก็โดนดีกันทั้งนั้น

ครับ, ดูบอลแล้วก็น่าคิดว่า ถ้าฟุตบอลโลก 2010 เปรียบเป็นหนังสักเรื่องมันน่าจะเป็นหนังเรื่องอะไร เรื่อง Gladiator หรือ Titanic ก็คงไม่ใช่ เพราะบอลโลกปีนี้ไม่ได้ดราม่า ฟูมฟายขนาดนั้น อย่างน้อยๆ ฝรั่งเศสที่ตกรอบไป คงไม่มีใครสงสารพวกเขา แฟนบอลสงสารไอร์แลนด์ที่ฝรั่งเศสโกงมาในรอบคัดเลือกมากกว่า




จะเปรียบเป็นหนัง Notting Hill หรือ Twilight Vampire ก็ไม่ใช่ อีก เนื่องเพราะสูตรหนังแบบ Boys Meet Girls ที่หนังเอามาใช้ คนที่ดูหนังมาพักใหญ่คงคาดเดาได้ เหมือนที่รู้ว่าในหนัง เราสองสามคน นั้น พระเอกต้องชอบ "คนหูตึง" มากกว่า "คนสายตาสั้น"

แต่ฟุตบอลไม่ใช่เรื่องของคนหูตึงหรือสาวสายตาสั้น คนหูตึงนั้นพอเล่นบอลได้ แต่คนสายตาสั้นคงจะมีปัญหามากกว่าในการรับส่งบอล และมองเกม

ผมคิดเอาว่า World Cup 2010 นั้น มีภาพของหนังที่คล้ายกับภาพยนตร์ของผู้กำกับอย่าง ทิม เบอร์ตัน และพี่น้องโคเอน ทั้งสองผู้กำกับนี้ มีจุดร่วมเหมือนกันอย่างหนึ่งคือ ไม่ว่าจะทำหนังเรื่องอะไร เกี่ยวกับใคร หรือทำเมื่อไหร่ก็ตาม คนดูไม่อาจคาดเดาได้ว่า พล็อตจะไปจบลงที่ใด หรือตัวละครจะอยู่เหนือพล็อต กระทั่งกลายเป็นเหยื่อของพล็อตเสียเอง

เรียกว่า ผ่านการเล่าเรื่องตามสูตรโครงสร้างไปแล้ว คนดูก็ไม่อาจแน่ใจได้ว่า ผู้กำกับทั้งสองคนนี้ จะพาหนังไปลงเหวหรือขึ้นสวรรค์ มันเทียบได้กับความไม่แน่นอนของทีมแบรนด์เนมครั้งนี้ในบอลโลก



ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน อังกฤษ เยอรมนu นี่คือ 5 ทีมที่ล้วนทำให้เซียนเสียเงินกันแบบพินาศ ทั้งที่พวกเขาเคยเป็นและยังเป็นทีมเต็งเสมอเมื่อถึงเวลาแข่งบอลรายการใหญ่ๆ และหลังจากจบรอบแรกกันไปแบบหืดขึ้นคอในสุดสัปดาห์นี้นั้น

ทุกอย่างบอกเราอย่างหนึ่งว่า จะไม่มีอะไรแน่นอนอีกในการแข่งขันที่เหลือ
แต่ที่สุด ทีมที่เป็นแชมป์จะไม่ใช่ทีมม้ามืดมากๆ

เนื่องเพราะความเป็นฟุตบอลโลกนั้น ไม่เปิดโอกาสให้ทีมเล็กๆ ทีมไม้ประดับ หรือทีมม้ามืดได้ทำอะไรตกอกตกใจไปจนถึงรอบชิง (กรุณาอย่าไปเทียบกับบอลยูโร มันคนละเกรดและคนละรายการ เงื่อนไข)

นิตยสารเอสไควร์ และแท็บลอยด์ The Independent ลงข่าวกอสซิปว่า นี่คือบอลโลกที่ตลกร้ายมากที่สุด คำว่าตลกร้ายก็คือ black comedy ซึ่ง ก็เป็นแนวทางที่ทั้งพี่น้องโคเอนกับ ทิม เบอร์ตัน ชอบใช้อยู่แล้วในหนัง

บางคนบอกว่า บอลโลกปีนี้เหมือนสถานการณ์ของหนังปี 1996 ผมเข้าใจ ว่า ความหมายของมันก็คือ การที่หนังเล็กๆ หนังอินดี้ หนังนอกกระแสในปี 1996 ต่างปีนเกลียวหนังใหญ่ และขึ้นมาคว้ารางวัลมากมายในปีนั้น จนนิตยสารอย่าง Film Comment บอกว่า มันคือปีทองของหนังอินดี้อย่างแท้จริง



เปรียบไปทีมขนาดกลางและทีมเล็กๆ ก็คือ หนังอินดี้นั่นเอง ที่ขึ้นมาล้มหนังยักษ์ ซึ่งก็คือทีมใหญ่ อย่างไรก็ตาม เชื่อผมเถอะว่า แม้ในเวทีออสการ์ 3 ปีล่าสุด หนังเล็กๆ จะล้มหนังใหญ่ๆ ได้ แต่ในบอลโลกปีนี้ ทีมเล็กๆ หมดสิทธิ์ ทำอะไรฮือฮาทีมใหญ่ๆ ในรอบลึกๆ ในประวัติศาสตร์บอลโลก 18 ครั้ง ไม่เคยมีปีไหน ที่นัดชิง เป็นการดวลกันของทีมเล็กๆ นอกสายตาปีนี้ก็เช่นกัน

"นันทขว้าง สิรสุนทร"
ที่มา : คมชัดลึก
Posted : เมื่อ 27 มิถุนายน 2010 ในห้อง : สยาม
บอกต่อเพื่อน
Url / Link : copy
Embed Code : copy
  ยังไม่มีความเห็น!
Zheza l MyZheza l Shopping Mall l Diary l Webboard l Pleng.com