LEVEL 1 l EXP 0
The TomBoy MaMa (นิยาย YURI)
ขอฝากนิยายด้วยนะค่ะ

ตรงไหนไม่ดี..แนะนำกันหน่อยน๊าาาาาาา

____________________________________
[/url]


เรื่อง รักวุ่นๆ ของคุณแม่ยังเป็นสาว (หล่อ)
ตอนที่ 1


“คุณแม่ค่ะ..คุณแม่..ตื่นเร็ว คุณแม่” เสียงแหลมเจื้อยแจ้วดังอยู่ข้างๆ หูของผม เสียงแหลมเล็กทำให้ผมปวดหัวจี๊ดขึ้นมาจนหลับต่อไปไม่ได้
ผมต้องตื่นขึ้นมาทั้งๆ ที่ ผมเพิ่งกลับจากการทำงานโต้รุ่งเมื่อกี้และเพิ่งล้มตัวลงนอนไปได้ไม่กี่ชั่วโมง ผมก็ถูกลูกสาวตัวดีของผมทั้งเขย่าทั้งตะโกนอยู่ข้างๆ ตัว
จนหลับต่อไม่ได้ ผมงัวเงียลุกขึ้นมานั่งบนเตียงนอน เมื่อลืมตาขึ้นมาผมก็พบใบหน้าแป้นแล้นยิ้มกว้างโชว์ฟันหน้าที่เหลือเพียง 2 ซี่ให้ผมดู

“อะไร..ข้าวตัง” ผมขยี้หัวตัวเองแรงๆ เพื่อให้ส่าง
ข้าวตังหรือลูกสาวของผม เธอกระโดดขึ้นมานั่งบนตักผม โดยไม่ได้สนใจเลยว่า ผมจะหนักหรือเปล่า

“คุณแม่ขาาาา” เธอลากเสียงยาวออดอ้อน
นั่นแน่..มามุขนี้อีกแล้ว เธอคงต้องอ้อนขออะไรผมแน่เลย ผมจึงจำเป็นต้องตีหน้านิ่งเพื่อให้เธอรู้ว่า ผมจริงจังไม่ยอมตามใจเธอขนาดไหน

“มีอะไรว่ามาเลย” ผมพยายามพูดด้วยน้ำเสียงแข็งที่สุด
ว่าแล้วลูกสาวของผมก็เอาหัวโตๆ ของเธอซบลงที่อกของผม

“วันนี้ที่โรงเรียนมีประชุมผู้ปกครองค่ะ”

“อืมแล้วไงหรอ..แม่รู้แล้ว..มีอะไรหรือเปล่า เขาเลื่อนหรอ” ผมลูบหัวเธอเบาๆ อย่างรักใคร่

“เปล่าค่ะ..แต่ว่าวันนี้..” เธอเริ่มพูดเสียงเบาลง จนผมรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี

“มีอะไรหรือเปล่า..ข้าวตัง” ผมถามเธอ แต่แล้วจู่ๆ เธอก็ลุกขึ้นมา หอมแก้มผมฟอดใหญ่ข้างละ 1 ที
นั่นไง..เอาแล้วไง ผมรู้ทันเธอทุกอย่าง..มันต้องมีอะไรแน่เลย..มุขอ้อนมุขเดิมแบบนี้อีกแล้ว

“วันนี้คุณแม่เป็นผู้หญิงได้ไหมค่ะ” ข้าวตัง ลูกสาวผม เธอบอกกับผมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ทำเอาผมรู้สึกอึ้งนิดๆ

“แม่ก็เป็นผู้หญิงไง..ไม่ใช่ผู้ชายสักหน่อย” ผมพยายามอธิบายให้เธอฟัง ถึงแม้เธอจะไม่เข้าใจเพศของผม แต่ผมก็ยังเป็นผู้หญิงอยู่ดี สีหน้าเธอดูผิดหวังอย่างรุนแรง

“วันนี้ข้าวตังไม่อยากมีคุณแม่เป็นผู้ชายนี่ค่ะ” เธอบอกกับผม ด้วยน้ำเสียงแสดงถึงความผิดหวังปนๆ งอนนิดๆ

“ทำไมหละ..แม่ก็เป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว..ทำไมต้องให้แต่งเป็นผู้หญิงด้วยหละ” ผมบอกเธอ ก่อนจะอุ้มตัวเธอเข้ามากอด

“มีใครว่าอะไรหรือไง” ผมถามเธอ

“เพื่อนที่โรงเรียนล้อว่า คุณแม่ของข้าวตังเป็นผู้ชาย บอกว่า ข้าวตังเกิดจากกอไม้ไผ่ เพราะมีคุณแม่เป็นผู้ชาย” เธอกล่าวน้ำเสียงฟังดูเศร้าจนผมรู้สึกตะลึงงันและเริ่มน้ำตาคลอหน่อยๆ เพราะความสงสารลูกสาว
อุแหม่..อยากรู้จริงๆ ว่าใครมันเป็นคนพูด ผมหละ อยากเบิ๊ดกะโหลกมันจริงๆ พ่อแม่ไม่ได้สั่งสอนหรือยังไงกันนะ..ว่าอย่ารังแกเด็กผู้หญิงน่ารักแบบนี้ อิอิ

“โอเค เอาละ..วันนี้..แม่..จะไปใส่กระโปรงนะ..ดีไหม” ผมบอกเธอ ขณะที่เอามือทั้งสองข้างประคองใบหน้ากลมๆ ขึ้นมามองหน้าผม ผมเห็นเธอยิ้มกว้างออกมาอย่างดีใจ..โอเคไม่เป็นไร เรื่องแค่นี้ เพื่อลูกสาวคนเดียวผมทำได้อยู่แล้ว

“งั้นเอาหละ..เดี๋ยวคุณแม่จะไปอาบน้ำนะค่ะ..น้องข้าวตังไปรอที่ห้องนั่งเล่นนะ เดี๋ยวคุณแม่จะหาอะไรให้กิน” ผมบอกเธอ และอุ้มเธอออกจากตักผม แต่ก่อนเธอจะลงไปจากเตียงนอน เธอหอมแก้มผมฟอดใหญ่อีกครั้ง
เพื่อเป็นการขอบคุณ ที่ทำตามใจเธอ..เฮ้อทำไงได้เนอะ ลูกนี้หว่า
เมื่อเธอออกจากห้องนอน ผมก็ลุกออกจากเตียงนอนเช่นกัน ผมจัดแจงถอดชุดทำงานเน่าๆ เมื่อคืนและเปลี่ยนมานุ่งเสื้อคลุมอาบน้ำแทน ระหว่างที่ผมไปอาบน้ำ..ผมจะเล่าให้คุณฟังว่า ทอมอย่างผม มาเป็น แม่คนได้ยังไง

..................

ผมชื่อ ออม ตอนนี้อายุ 29 ปี ผมทำงานเป็นครีเอทีฟ ในบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่ง ทุกๆ วัน ชีวิตของผมวุ่นวายเสียจนแทบจะไม่มีเวลาทำอะไรอย่างอื่นได้เลย
นอกจากงาน เพราะไหนจะโปรเจ็คนั่นนี่ ที่ลูกค้าเร่งมา ไหนจะต้องออกไปดูแลงานอีเวนต่างๆ นานาของบริษัท
จนผมแทบไม่มีเวลาแม้แต่จะไปเข้าร้านตัดผม คงเพราะด้วยเหตุผลนี้ละมั้ง ที่ทำให้แฟนสาวคนเดียวที่ผมรักมากมาย ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลาย ทิ้งผมไป
เธอให้เหตุผลว่า เธอเหงา ..และต้องการจะมีครอบครัวจริงๆ เหมือนคนทั่วไป..ก็โอเคนะ ผมเข้าใจเธอ เพราะถ้าใครได้คนแบบผมไปเป็นแฟนก็คงทำเหมือนกัน
แต่ที่ผมทำทุกอย่างก็เพื่ออนาคตที่จะมีร่วมกับเธอ..แต่ก็ช่างมันเถอะ..มันผ่านไปแล้ว เธอหายออกไปจากชีวิตผม 2 ปี ไม่เคยติดต่อ ไม่เคยแม้แต่จะตอบกลับอีเมล์ผม..
ความจริงผมไม่กล้าโทรฯไปหาเธอหรอก เพราะกลัวว่า เธออาจมีปัญหากับแฟนใหม่เธอ เพราะ ผมเป็นต้นเหตุ แต่หลังจากนั้นไม่นาน ชีวิตของผมต้องเปลี่ยนไป
เพราะ โน้ตดนตรี 2 ตัว เมื่อ 4 ปีที่แล้ว

......

ติ๊ง ~ ต่อง
เสียงออดหน้าประตูห้องผมดังขึ้น ขณะที่ผมกำลังง่วนอยู่กับการออกแบบโฆษณาตัวใหม่ ผมจึงต้องทิ้งงานตรงหน้าและลุกขึ้นเดินไปที่ประตูห้องส่องดูที่ตาแมว
แต่ก็ไม่เจอใครหน้าห้องสักคน ผมเลยเปิดประตูห้องออกไป เพื่อดูว่า ใครมากดออด แต่แล้ว..สิ่งที่ผมพบ..กลับเป็นรถเข็นเด็กคันหนึ่งที่มีผ้าคลุมอยู่ ผมยืนจ้องดูอยู่สักครู่ใหญ่
ก่อนผมจะตัดสินใจเอื้อมมือเข้าไปในรถเข็นช้าๆ เพื่อจะเปิดดูสิ่งที่อยู่ภายใต้ผ้าคลุม

“แอ๊..แอ๊” เสียงแหลมเล็กร้องอ้อแอ้ดังออกมาจากรถเข็น ทำให้ผมสะดุ้งเล็กน้อย ผมเลยเปิดผ้าคลุมออกอย่างรวดเร็ว แล้วผมก็ได้พบกับเด็กทารกที่โครตจะน่ารักน่าเอ็นดู..
โอ้..แม่เจ้า เด็กอะไรเนี่ย น่ารักจัง..แก้มเป็นพวงน่าหยิกชะมัดเลย..ตัวก็ขาวใสผิวพรรณดี..น่าตาน่ารักน่าชัง..ผมมองดูเธออย่างรักใคร่เอ็นดู ..
แต่แล้วผมก็คิดขึ้นมาได้...แล้ว พ่อแม่เด็กอยู่ไหนหว่า??!! ผมมองดูไปรอบๆ ทางเดินก็ไม่เจอใครสักคนที่อยู่แถวนั้น
เอาแล้วไง..ใครลืมลูกไว้หละเนี่ย..ผมเลยยืนเฝ้ารถเข็นเด็กที่อยู่หน้าห้องตัวเองพักใหญ่ ผ่านไปเกือบชั่วโมงแล้วยังไม่มีใครมารับหนูน้อยคนนี้ไปสักที
ผมจะตัดสินใจเข็นรถเข็นเด็กไปที่ลิฟท์และลงไปชั้นล่างสุด เพื่อลงไปถามพี่ยามที่เฝ้าล็อบบี้คอนโด
เมื่อลงไปถึงชั้น G ผมเข็นรถออกจากลิฟท์อย่างรวดเร็วและเดินเข็นรถตรงดิ่งไปหาพี่ยามที่ยืนอยู่

“พี่ฮ่ะ”

“ว่าไงครับ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า” พี่ยามถามผม ผมเห็นเขาสังเกตอาการตื่นตะหนกของผมแล้ว

“คือ..เด็กคนนี้..จู่ๆ ก็มาอยู่หน้าห้องหนูหน่ะพี่ ไม่รู้ว่าลูกใคร..พี่เช็คกล้องวงจรปิดให้หน่อยได้ไหม” ผมบอกพี่ยามด้วยความกังวล พี่ยามก็ดูจะตื่นเต้นไปด้วย

“ได้ครับ ได้ครับ มาครับ” พี่ยามพูดอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเดินนำผมไปที่ห้องดูกล้องวงจรปิด

หลังจากที่มาถึงห้องดูกล้องวงจรปิด ผมบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟัง พี่ยามประจำห้องก็เปิดเทปย้อนกลับไปเมื่อชั่วโมงก่อนให้ผมดู
ผมยืนดูภาพจากกล้องวงจรปิดได้สักพัก ผมก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งเธอไว้ผมสั้นตัดหน้าม้า ใส่แว่นกันแดด ซึ่งทรงผมนั้น ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นวิกแน่นอนเพราะมันดูแปลกๆ หลอกๆ ยังไงก็ไม่รู้ เธอเข็นรถเข็นเด็กคันนั้น
มาจอดไว้ที่หน้าห้องของผม กดออด แล้วเธอก็วิ่งหายไป พอดูภาพไปเรื่อยๆ ตอนที่ผมเปิดประตูออกมาดูหน้าห้อง ตัวของผู้หญิงคนนั้นก็ลงมาถึงชั้น G แล้วก็ออกจากคอนโดไปแล้ว

เมื่อได้ดูภาพที่เกิดขึ้นทั้งหมด ผมก็เข้าใจแล้วว่า ผมคงเจอเรื่อง สาวใจแตกทิ้งเด็ก เหมือนในข่าว เข้าให้แล้ว
ผมยืนหน้าซีดๆ มองเด็กที่อยู่ในรถเข็นหลับปุ๋ยไปอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราวว่า อะไรเกิดขึ้นกับตัวเอง พี่ยามที่อยู่ในห้องบอกให้ผมไปแจ้งความกับตำรวจเพื่อตามหาพ่อแม่ของเด็ก ผมก็เห็นด้วยกับพี่ยาม
มีลูกน่ารักขนาดนี้ทิ้งกันได้ลงคอ แถมยังเอามาทิ้งให้ทอมอย่างผมอีกต่างหาก

ผมเดินออกมาจากห้องดูกล้องวงจรปิดโดยเข็นรถเด็กออกมาด้วย ผมพาตัวเองและรถเข็นมานั่งอยู่ที่โซฟาตรงล็อบบี้คอนโดอย่างหมดอาลัยตายอยาก
ผมนั่งมองใบหน้าที่กำลังหลับปุ๋ยอยู่ในรถเข็นด้วยความสงสารและเวทนาเธอ เพิ่งเกิดมาได้ไม่กี่เดือนก็ต้องมาถูกทิ้งซะแล้ว ผมเริ่มน้ำตาคลอเล็กน้อยเพราะ ความสงสารเธอ แต่แล้วสายตาผมก็ไปเห็นอะไรบางอย่างอยู่ข้างๆ ตัวของเด็กคนนั้น
ผมเอื้อมมือไปใกล้ๆ เธออย่างเบามือที่สุด ที่ข้างตัวของเธอมีซองอะไรก็ไม่รู้เหน็บอยู่ ผมเลยต้องค่อยๆ ดึงซองนั้นออกมาแบบเบามือสุดๆ เพราะเธอนอนทับมันอยู่และผมกลัวว่า เธอจะตื่นด้วย

ในที่สุดผมก็ดึงซองนั้นออกมาจนได้ มันคือ ซองเอกสารสีน้ำตาล ขนาด A4 ธรรมดาทั่วไป ผมเลยถือวิสาสะเปิดดูภายในซองนั้น เผื่อว่าจะเจออะไรที่เกี่ยวกับหนูน้อยคนนี้
ผมค่อยๆ แกะกาวที่ทาตรงปากซองออก พอเปิดได้แล้ว ผมแง้มดูของข้างในซอง ในนั้นมีกระดาษอยู่ 4 แผ่น ผมเลยเทกระดาษพวกนั้นออกมาจากซองจนหมด
กระดาษแผ่นแรกที่ผมเห็นคือ สูติบัตรของเด็กคนนี้ เธอชื่อ อริสรา ผมดีใจมากที่เห็นสูติบัตรของเธอ ที่นี้ผมคงได้ตามหาตัวพ่อแม่ของเด็กได้ไม่ยากแล้ว
กระดาษแผ่นที่สองเป็นใบยินยอมกับรับบุตรบุญธรรม !!??? เฮ้ย อะไรกันว่ะ ให้ไอ้นี้มา เขากะจะยกเด็กให้ผมเลยหรอ ตายละ ไม่เอานะ แค่ลำพังตัวเองผมก็ยังจะไม่พอกินพอใช้อยู่แล้ว
ยังต้องมีลูกมีเต้าอีกตายกันพอ แล้วผมจะบอกพ่อแม่ที่บ้านนอกยังไง ว่าจู่ๆ ก็มีลูก ทั้งที่ยังไม่ได้แต่งงาน (พวกเขายังแอบหวังให้ผมแต่งงานอยู่)
ผมพยายามสงบจิตสงบใจให้เย็นลงบ้าง
กระดาษแผ่นที่สาม โอ๊ะ! เป็นจดหมายวุ้ย เขียนถึงใครกันว่ะ ว่าแล้วผมก็ถือวิสาสะอ่านมันซะเลย ในจดหมายเขียนว่า....

หวัดดี ออม (เอ๊ะ!..ชื่อผมนิหว่า)
เธอสบายดีใช่ไหม (ก็ดีนะ)
เรา ดรีม เองนะ (อ๊ะ!!)
ดรีมต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้ติดต่อไปหา ออมเลย ขอโทษจริง ๆ ดรีมไม่กล้าติดต่อกลับไปหาออม เพราะ ละอายใจ ดรีมหนีพ่อแม่ไปแต่งงานกับคนที่ทำงานด้วยกัน
ขอโทษที่ไม่ได้บอกเรื่องนี้ ดรีมไม่ได้ตั้งใจจะทิ้งออมเลยนะ แต่ดรีมแค่น้อยใจที่เราไม่เคยได้มีเวลาอยู่ด้วยกันเลย ออมเอาแต่ทำงานอย่างเดียวไม่เคยสนใจดรีมบ้างเลย
ดรีมรู้ว่า ดรีมงี่เง่าเอาแต่ใจ ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่อดทนกับดรีมมาตลอด ตอนนี้ดรีมเครียดมากเลย ชีวิตแต่งงานไม่ได้มีความสุขอย่างที่ดรีมคิดไว้เลย เมื่อก่อนจริงอยู่ที่ดรีมคิดว่า
ถ้าเรากลับไปอยู่ในทางที่มันถูกต้อง ถึงจะมีความสุขได้..แต่ดรีมก็คิดผิด ตอนนี้ครอบครัวของดรีมกำลังมีปัญหามาก สามีของดรีมก็นอกใจดรีม ดรีมรู้สึกเครียดมากเลยก็เพราะ ดรีมรักเขามาก
สามีของดรีมไปทำงานที่อิตาลีเป็นปีแล้ว เขาไม่ติดต่อหาดรีมเลย ขนาดดรีมท้องเขาก็ยังไม่รู้เลย เขาไม่สนใจดรีมด้วยซ้ำ ตอนนี้ดรีมกำลังจะไปตามสามีของดรีมที่อิตาลี เพื่อเคลีย์เรื่องทุกอย่างว่าเขาจะเอายังไง..
ในระหว่างที่ดรีมไม่อยู่ ดรีมฝากออม ดูแลข้าวตัง ลูกสาวของดรีมให้ด้วยนะ ..ดรีมให้เอกสารเกี่ยวกับข้าวตังทั้งหมดกับออมแล้ว ถ้ามีเรื่องยุ่งยากเกี่ยวกับเรื่องการเรียนของข้าวตังหรืออะไรก็ตาม
ดรีมยินดียินยอมให้ออมรับข้าวตังเป็นลูกบุญธรรมนะจ๊ะ ส่วนเรื่องการค่าใช้จ่ายไม่ต้องห่วง ดรีมโอนเงินเข้าบัญชีออมไว้ให้แล้วและจะฝากมาให้ทุกเดือน จนกว่าดรีมจะกลับ..ขอบคุณมากนะค่ะ ออมที่ช่วยดูแลลูกให้
รักเสมอ
ดรีม

(T.T) นี้มัน..อะไรกัน ...

ผมอ่านจดหมายนี้ด้วยความมึนงง ชีวิตของผมมันใช่ของผมจริงๆ หรือเปล่าเนี่ย มันตัดสินใจอะไรกันทำไมไม่ถามผมสักคำ พออ่านจดหมายจบ ผมรีบเดินตรงดิ่งไปที่เคาน์เตอร์ของคอนโด
เพื่อขอใช้โทรศัพท์ ผมกดเบอร์โทรฯ ของดรีมด้วยอาการมือสั่น แต่แล้วผมก็ได้ยินแค่ "เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้"
ผมรู้สึกสติแตกนิดๆ อะไรกันว่ะ จู่ๆ คนโสดอย่างตูก็มีลูกซะดื้อๆ อย่างงั้น
เออ..ดี มีลูกแบบไม่ต้องคลอดเอง สบายใจ ..(ที่พูดนี่ ผมประชดนะ)
ผมเดินกลับมาที่รถเข็นเด็กอีกครั้ง ผมนั่งลงมองหน้าหลับปุ๋ยอย่างสบายใจของ ว่าที่ลูกบุญธรรมผม
ผมคิดไม่ตกจริงๆ ว่าจะเลี้ยงดูเธอยังไง ผมนั่งจ้องหน้าเธออยู่ครู่ใหญ่ ไม่ช้าไอ้ตัวเล็กมันก็ตื่นขึ้นมาทำหน้าเลิ่กลั่ก ผมมองเธออยู่สักพักอยากจะรู้ว่า ตื่นมาแล้วเธอจะทำอะไร
ผมเลยดึงรถเข็นเข้ามาใกล้ๆ ตัว เธอมองหน้าผม ผมมองหน้าเธอ เราสองคนสบตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร เธอเลยทำตาโตมองหน้าผม ลูกตาแทบจะถลนออกมาจากเบ้าตา
ไม่ช้า เธอก็เผยรอยยิ้มกว้างออกมาให้ผม มือเล็กๆ ของเธอปัดป่ายไปทั่ว เหมือนอยากให้ผมเล่นด้วย ผมเลยเอานิ้วมือเรียวยาวของผม จิ้มไปที่มือเล็กๆ ของเธอ
ไม่น่าเชื่อว่า เธอไวมาก เธอจับและกำนิ้วชี้ของผมไว้แน่นพร้อมกับโยกมันไปมาเหมือนของเล่น
มันน่าแปลกประหลาดที่สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่ผมไม่เคยรู้จักมาก่อน จะทำให้ผมจิตใจเป็นสุขอย่างบอกไม่ถูกได้ขนาดนี้ ผมเผลอยิ้มกว้างออกมาอย่างลืมตัว
และเวลานั้นเองที่ผมตัดสินใจแล้วว่าจะดูแลเธออย่างดีที่สุด ไม่ใช่เพื่อดรีมคนรักเก่าของผม แต่เพื่อเห็นแก่ชีวิตเล็กๆ ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่กับการกระทำเลวร้ายของผู้ใหญ่ เธอไม่ควรจะได้รับความทุกข์ที่เธอไม่ได้ก่อขึ้น
ผมตัดสินใจเมื่อวันนั้นเอง..ว่า ผมจะเป็นทั้งพ่อและแม่ให้เธอ ถึงแม้ว่า ผมจะเป็นทอม แต่อย่างน้อยๆ สัญชาตญาณความเป็น แม่ ของผมก็ต้องมีเหมือนผู้หญิงทั่วไปเหมือนกัน..
Posted : เมื่อ 1 มิถุนายน 2010 ในห้อง : พิ้งกี้สตรีท
บอกต่อเพื่อน
Url / Link : copy
Embed Code : copy
  3ความเห็น!
หนุกๆ
เมื่อ 1 มิถุนายน 2010
LEVEL 1 l EXP 20
ควรจะย่อเรื่องไห้น้อยลงกว่านี้หน่อยนะ
เมื่อ 1 มิถุนายน 2010
หนุกๆๆ ~ ^^
เมื่อ 5 มิถุนายน 2010
LEVEL 9 l EXP 1,350
Zheza l MyZheza l Shopping Mall l Diary l Webboard l Pleng.com