LEVEL 16 l EXP 4,835
Don't forget รักเธอไม่เคยลืม ตอนที่ 10 {นี่เหรอรักของนาย?}

Welcome to...


Don't forget รักเธอไม่เคยลืม ตอนที่ 10


-.- นี่เหรอรักของนาย -.-


       “ถ้าเธอเลือกไม่ได้ฉันก็จะเลือกให้เธอเอง”


       “ไม่!!! นายปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!”


       ฉันแหกปากร้องเสียงดังลั่นห้องที่จู่ๆ กัสก็ขึ้นมาคร่อมร่างฉันไว้พร้อมกับกดแขนของฉันให้แนบชิดติดกับเตียง อีกไม่นานตัวฉันจะกลายเป็นเงินสดสองแสนบาทแล้วนะ T^T รู้สึกดีใจไหมนิตติ้งที่ตัวเธอมีค่าถึงสองแสน - -


       “ปล่อยไม่ได้แล้วล่ะ ฉันบอกเธอแล้วไงว่าเธอเป็นเหยื่อชั้นดีของฉัน”


       “ฉันไม่ใช่เหยื่อของนาย”


       “เธอหมายความว่าไง”


       “หึ นายก็น่าจะรู้ใจฉันดีนี่ว่าฉันอยากจะเป็นเหยื่อของใคร”


       ฉันมองเขาด้วยสายตาท้าทาย แต่จริงๆ แล้วฉันไม่อยากเป็นเหยื่อของใครทั้งนั้นแหละที่ฉันพูดออกไปแบบนั้นเพราะจะถ่วงเวลาเขาไม่ให้เขาทำอะไรฉันเร็วจนสมองฉันคิดหาทางหนีไม่ทันต่างหากล่ะ ขออีกนิดเดียวนะสมองฉันมันกำลังจะคิดทางหนีออกแล้วมันติดอยู่ที่ปลายสมองหยักที่เก้าสิบเก้าเท่านั้นเอง - -


       “เธออยากเป็นของใครฉันไม่รู้ ฉันรู้อย่างเดียวว่าคืนนี้เธอต้องเป็นของฉัน”


       เฮ้ย O_O!!! อย่ารีบสิวะฉันยังคิดทางหนีทีไล่ไม่ออกเลย พอหมอนี่ก้มหน้าต่ำลงมาเรื่อยๆ สมองฉันก็เริ่มจะหมดประสิทธิภาพในการคิดวิธีหนีออกจากห้องนี้ โอ๊ย ฉันจะทำยังไงดีเนี่ยทำไมก่อนมาที่นี่ฉันถึงไม่บอกใครสักคนไว้ก่อนนะว่าฉันจะมาหาไอ้บ้ากามนี่น่ะ ถ้าฉันบอกเปอร์เซ็นต์การรอดตายอาจจะมีมากขึ้นก็ได้


       “ปล่อยยย! นายปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ!!!”


       “เธอเลิกขอในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ได้แล้วนิตติ้ง ต่อให้ไฟไหม้ฉันก็ไม่ปล่อยเธอหรอก”


       เขาพูดยิ้มๆ หึ ขอให้จริงเถอะถ้าพระเจ้าเกิดเห็นใจฉันทำให้ไฟฟ้ารัดวงจรขึ้นมานายอย่ารีบวิ่งเผ่นหนีออกไปจากห้องก่อนก็แล้วกัน ถ้าเป็นแบบนั้นจริงนะฉันถือปืนวิ่งไล่ยิงนายให้ตายคาที่แน่


       “นี่เดี๋ยวสิ! ถ้ายัยชะนีของนายเกิดเข้ามาเห็นตอนนี้จะไม่เป็นไรหรอ”


       ฉันพูดเบรกเขาไว้ก่อนที่ใบหน้าของเขาจะลงมาถึงซอกคอของฉันและก็ได้ผลหมอนี่เงยหน้าขึ้นมามองหน้าฉันแบบงงๆ สงสัยเป็นเพราะคำพูดของฉันเหมือนจะยอมให้เขาทำอะไรล่ะมั้ง หึ แต่ขอโทษเถอะมันก็เป็นเพียงแผนการเล็กๆ ที่เหยื่อชั้นดีของนายทำเพื่อที่จะทำให้นายตายใจก็เท่านั้นเอง


       “เธอไม่ต้องกลัวหรอก ยัยนั่นเข้าใจฉันอยู่แล้ว”


       “อ๋อเหรอ ขอบคุณที่เผลอเพื่อฉันนะ ^-^”


       ว่าแล้วฉันก็กระชากมือของตัวเองให้หลุดออกจากฝ่ามือของเขาก่อนจะกำหมัดตวัดเข้าไปที่หน้าของเขาอย่างแรงทำเอาคนตรงหน้าหงายหลังไปฉันจึงใช้โอกาสนี้รีบดีดตัวลุกขึ้นมาจากเตียงและวิ่งไปที่ประตูกำลังจะบิดลูกบิดอยู่แล้วเชียวแต่หมอนี่ก็ดันจับมือข้างนั้นไว้ได้และกระชากเข้าหาตัวแรงๆ เป็นเหตุทำให้ร่างของฉันเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของเขา โว้ย! ทำไมฉันถึงหนีจากหมอนี่ไม่ได้สักทีนะข้าวเย็นก็ยังไม่ได้กินแถมวันนี้ก็ยังวิ่งไปวิ่งมาจนแรงแทบหมดอีก คืนนี้ฉันจะได้สามีหรือเปล่าฟระเนี่ย -*-


       “เก่งดีนะที่ทำให้ฉันตายใจได้”


       “ก็คนโง่ย่อมตกเป็นเหยื่อของคนฉลาดไม่ใช่หรือไง”


       “เดี๋ยวก็รู้ว่าใครโง่ใครฉลาด”


       เขายิ้มเจ้าเล่ห์อีกครั้งและกระชับวงแขนกอดรัดร่างของฉันให้แนบชิดติดกับร่างของเขา รู้สึกขยักแขยงตงิดๆ - -^


       “ตั้งแต่วันแรกที่เจอกันจนถึงวันนี้เธอก็ยังสวยเหมือนเดิมนะ”


       “ขอบคุณที่ชมแต่ฉันไม่บ้ายอ”


       ฉันพูดพลางดิ้นอยู่ในอ้อมกอดของเขาหวังว่าร่างของฉันมันจะหลุดออกจากการพันธนาการของเขาสักครั้งหนึ่ง แต่ไม่ว่าฉันจะดิ้นยังไงมันก็ไม่หลุดสักที เริ่มเหนื่อยแล้วนะเว้ย -*-


       “ดิ้นไปก็ไม่หลุดหรอก”


       “ถ้ารู้ว่าฉันดิ้นแล้วไม่หลุดก็ปล่อยฉันสิฉันจะได้หลุดไง”


       “หึ ปล่อยเธอไปก็โง่เต็มทนแล้ว รู้ไหมนิตติ้ง...”


       ไม่รู้ -*-


       “ใครที่ได้มากอดเธอแนบกายแบบนี้ก็อยากได้เธอทุกคนนั่นแหละเพราะหุ่นเธอมันน่ากินมากๆ”


       ฉันสะดุ้งสุดตัวที่จู่ๆ หมอนี่ก็ก้มหน้าลงมาปิดปากฉันที่กำลังจะเปล่งคำด่าออกไปด้วยปากของตัวเอง ฉันพยายามดิ้นแต่พอยิ่งดิ้นก็เหมือนแรงมันเริ่มจะหมดไปเรื่อยๆ ก่อนที่น้ำตาจะไหลมาแทนที่ ฉันกำมือของตัวเองเอาไว้แน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อไปแต่มันไม่เจ็บเพราะตอนนี้อารมณ์โกรธกับอารมณ์เสียใจกำลังครอบงำฉันอยู่ทั้งร่างกาย พอเขาถอนริมฝีปากออกไปฉันก็จัดการเหวี่ยงฝ่ามือของตัวเองหวังจะให้มันไปกระทบกับหนังหน้าของเขาแต่หมอนี่ก็จับแขนฉันไว้ได้อย่างทันควันพอเจอสถานการณ์แบบนี้สมองมันจึงสั่งการให้ฉันยกเท้าขึ้นมาและถีบท้องของเขาอย่างแรง ย้ำว่า ‘ถีบ’ จนตัวเขากระเด็นออกไปไกลพอสมควรแต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่สามารถต้านทานอารมณ์หื่นกามของเขาได้


       กัสเดินเข้ามากระชากฉันก่อนจะผลักฉันให้ล้มลงนอนบนเตียงและพันธนาการฉันไว้ทุกส่วนจนฉันไม่สามารถขัดขืนได้ แต่เรื่องอะไรที่ฉันจะยอมเป็นเมียไอ้หมอนี่เพียงแค่มาทวงเงินสองแสนบาท นิตติ้งคนนี้ขอขัดขืนเต็มที่เพื่อรักษาชื่อเสียงและเกียรติยศของตัวเอง!!!


       “ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ไอ้คนชั่ว!”


       “ใช่ ฉันมันชั่ว...ชั่วเพราะรักเธอไง”


       “แหวะ ถ้ารักกันจริงเขาไม่ทำกันแบบนี้หรอก อย่างนายน่ะเขาเรียกว่าไม่รู้จักพอ!”


       “ถ้าฉันได้ตัวเธอเมื่อไหร่ฉันพอแน่ นิตติ้ง”


       “กรี๊ดดด นายปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ”


       ฉันออกแรงดิ้นถึงแม้ว่ามันจะดิ้นไม่ค่อยจะได้ก็เถอะ - - กัสซุกหน้าเข้ามาที่ซอกคอของฉันฉันก็ได้แต่ดิ้นและแหกปากโวยวายลั่นห้องอยากจะให้คนทั้งโลกได้รับรู้ว่าฉันเจ็บปวดมากแค่ไหนที่ถูกกระทำแบบนี้ แต่เสียงโวยวายของฉันก็ต้องหยุดลงเมื่อกัสหันมาปิดปากฉันด้วยปากของเขาอีกครั้ง ฉันกรีดร้องในลำคอพลางตีขาไปมาด้วยความโกรธแค้น น้ำตาแห่งความเสียใจและผิดหวังกับคนๆ นี้ไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย เขาถอนริมฝีปากออกไปและเปลี่ยนทิศทางไปจมปลักอยู่ที่ซอกคอของฉันอีกครั้ง จั้กจี๋ว่ะ - -


       “ฉันขอร้องล่ะ...ฮึก ปล่อยฉันไปเถอะนะ”


       ฉันพูดเสียงอ่อยพร้อมกับเสียสะอื้นอย่างไม่เสแสร้ง แต่คำพูดของเขามันก็ทำให้ความหวังของฉันหายวับไปกับตาและเริ่มรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าถ้าผ่านพ้นคืนนี้ไปแล้วขืนอยู่ต่อไปฉันก็คงจะรกโลก TOT


       “เธอคิดว่าเธอถีบฉันไปเต็มเท้าซะขนาดนั้น ฉันจะปล่อยเธอไปง่ายๆ อย่างงั้นหรอ อยู่นิ่งๆ ให้ฉันได้สำรวจตัวเธอทุกตารางนิ้วเถอะ”


       อี๋ ไอ้ทุเรศ!


       “ไม่เอา...นายปล่อยฉันนะ!!!” อย่าให้ของขึ้นนะเว้ย -*-


       ฉันกรีดร้องขึ้นมาที่คนตรงหน้าซุกหน้าเข้ามาที่ซอกคอของฉันอีกครั้งแค่นั้นยังไม่พอมันยังพยายามแกะกระดุมเสื้อฉันด้วยแต่เหมือนว่าเขาจะหากระดุมเสื้อฉันไม่เจอนะ - - เพราะที่สาบเสื้อมันมีระบายปิดอยู่จึงทำให้หากระดุมยากแต่เขาก็ยังมีความพยายามแกะกระดุมเม็ดแรกออกมาได้ -*-


       พอรู้ตัวว่ากระดุมเริ่มหลุดฉันก็เริ่มดิ้นพยายามที่จะใช้ร่างของตัวเองผลักร่างที่กำลังวุ่นอยู่กับซอกคอและกระดุมเสื้อของฉันให้ออกห่าง แต่พอฉันยิ่งดิ้นเขาก็ยิ่งเพิ่มแรงกดที่มือมากขึ้นจนเริ่มรู้สึกเหนื่อยฉันจึงหยุดการกระทำทุกอย่างนอนนิ่งๆ เหมือนซากศพที่ร้องไห้ได้ ฉันไม่ได้ยอมเขาแต่ที่ฉันนิ่งเพราะฉันกำลังรักษาพลังงาน _ _


       พอฉันนิ่งไม่พูดไม่จากัสก็หยุดปู้ยี่ปู้ยําฉัน เขาเงยหน้าขึ้นมามองหน้าฉันนิ่งฉันก็แกล้งนอนนิ่งๆ เช่นกันแต่หันหน้ามองไปทางอื่นและเหมือนหมอนี่มันจะแปลกใจเอามากๆ จากที่ฉันโวยวายอยู่ดีๆ ก็เปลี่ยนมาเป็นนิ่งเฉยจนเผลอคลายแรงที่กดทับร่างฉันอยู่ฉันจึงจัดการใช้พลังงานที่ฉันอุตส่าห์รักษาไว้กระชากแขนของตัวเองออกมาจากฝ่ามือของเขาเหมือนครั้งก่อนและทำท่าจะเหวี่ยงใส่หน้ากัสแต่เหมือนเขาจะรู้ทันเลยเบี่ยงหลบได้แบบฉิวเฉียดแต่มันก็ทำให้เขาหลุดออกไปจากร่างฉันได้นั่นถือเป็นโอกาสงามเลิศของฉันเลยทีเดียว


       ฉันลุกขึ้นมาจากเตียงโดยมีกัสลุกตามมาติดๆ ไม่ยอมละความพยายามง่ายๆ เลยนะไอ้หมอนี่ฉันมันน่าเป็นของนายขนาดนั้นเชียว - -?


       “อย่าดิ้นลนเลยนิตติ้ง ยังไงเธอก็หนีฉันไม่พ้นยอมง่ายๆ ดีกว่านะจะได้ไม่เจ็บตัว”


       “หึ นั่นมันเป็นการกระทำของคนโง่เท่านั้นแหละคนฉลาดอย่างฉันเขาไม่ทำกันหรอก”


       เพล้ง


       “โอ๊ย!”


       “ขอโทษนะกัส นางเอกอย่างนิตติ้งมีไว้ให้พระเอกอย่างโซเฟียเท่านั้นแหละ!!!”


       ฉันแสยะยิ้มและเดินยิ้มร่าออกมาพร้อมกับน้ำตา แต่พอเปิดประตูผลัวะออกมาเท่านั้นล่ะไอ้ตัวใหญ่ชุดสูทสีดำก็หันมามองฉันเป็นตาเดียว ละ...ลืมไปเลยว่าข้างนอกมีไอ้พวกนี้อยู่ด้วย - -


       “อย่าคิดจะจับตัวฉันนะ! นายของพวกแกหัวแตกอยู่ในห้อง”


       ฉันชี้นิ้วห้ามมันไว้ก่อนจะพูดออกไปแบบนั้นทำให้พวกมันรีบวิ่งเข้าไปดูกัสที่โดนฉันเอาแจกันฟาดหัวแตกเลือดอาบอยู่ในห้องกันเป็นคะบวน ฉันหันไปมองในห้องนั้นก่อนจะเดินออกมาแต่พอยิ่งเดินความเจ็บก็ยิ่งเข้ามาในจิตใจน้ำตาก็พากันหลั่งไหลออกมาจากดวงตาอย่างห้ามไม่อยู่ สุดท้ายมันก็คือความอ่อนแอของฉัน


       ฉันวิ่งหนีลูกน้องของกัสที่เขาสั่งให้มาจับตัวฉันด้วยแรงที่เหลือน้อยเต็มทีและสุดท้ายฉันก็ทิ้งตัวลงบนพื้นทรายหมดแรงที่จะวิ่งต่อแถมฉันยังเหยียบเศษแก้วด้วยเท้าเปล่ามาอีกต่างหากแค่ฉันฝืนสังขารวิ่งหนีเจ้าพวกนั้นมาถึงชายหาดก็เต็มกำลังแล้วจะให้วิ่งต่อไปอีกก็คงจะไม่ไหว


       “เฮ้ยเจอแล้ว! อยู่นั่นไง!!!”


       ฉันรีบหันหน้าไปมองทางด้านหลังก็เห็นลูกน้องของกัสสี่ห้าคนกำลังวิ่งมาทางนี้ ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำให้ฉันต้องพยุงตัวลุกขึ้นยืนและวิ่งหนีต่อไป จุดหมายไม่มีรู้แต่ว่าฉันจะต้องหนีไอ้พวกนี้ให้ได้ไม่งั้นชะตากรรมของฉันต้องไปจบอยู่ที่ห้องนั่นอีกแน่


       ฉันวิ่ง ไม่สิ เดินหนีพวกมันมาเพราะวิ่งไม่ไหวแล้วที่เท้าของฉันยังมีเศษแก้วชิ้นเล็กๆ ปักคาอยู่เลย เวลาวิ่งก็ต้องพยายามอย่าให้บริเวณนั้นสัมผัสกับพื้นทรายไม่งั้นเศษแก้วมันจะเข้าไปลึกกว่านี้ แต่สุดท้ายฉันก็ไม่สามารถทนความเจ็บนั่นได้ร่างกายจึงร่วงหล่นลงสู่ผืนพสุธาหากแต่มีใครคนหนึ่งรับร่างที่อ่อนระทวยของฉันไว้ได้ทัน


       “ทำไมสภาพเธอถึงเป็นแบบนี้ล่ะนิตติ้ง”


       เสียงที่สุดแสนจะคุ้นเคยดังเข้าสู่โสตประสาทของฉัน โซเฟียที่เป็นคนรับร่างฉันไว้มองหน้าฉันแบบงงๆ แต่ก็ต้องละสายตาไปเพราะมีเสียงฝีเท้าสี่ห้าคู่วิ่งมาหยุดอยู่ข้างหลังฉัน


       “แกเป็นใครน่ะ ส่งผู้หญิงคนนั่นมานะ”


       “หึ แล้วพวกคุณล่ะเป็นใคร เข้ามาในรีสอร์ทเนี่ยจ่ายค่าห้องยัง”


       โซเฟียดึงฉันเข้าไปแนบกายพลางถามพวกนั้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย เวลาแบบนี้ยังจะมีอารมณ์ห่วงค่าห้องอีกนะ -*-


       “ไม่เกี่ยวกับแก ส่งผู้หญิงคนนั้นมา”


       “ถ้าบอกว่าไม่ส่งล่ะจะทำยังไง ^-^”


       “ก็ทำแบบนี้ไง เฮ้ย...จัดการ”


       ผู้ชายสูทดำที่คิดว่าน่าจะเป็นหัวหน้าออกคำสั่งทำให้คนที่ยืนอยู่ข้างหลังอีกสามสี่คนเดินเรียงตัวเข้ามาหาโซเฟียพลางหักนิ้วก๊อกๆ แก๊กๆ มาด้วย พอเดินมาอยู่ในระยะหนึ่งเมตรมันก็ทำท่าจะเหวี่ยงหมัดใส่เขาแต่โซเฟียไวกว่าปล่อยหมัดออกไปโดนดั้งของหมอนั่นเต็มๆ อโหสิกรรมให้แก่ดั้งด้วย โลกจ๋าดั้งลาก่อน (ยังจะมาอารมณ์มาเล่นอีก - -)


       “รีบไสหัวไปซะก่อนที่จะเจ็บมากกว่านี้”


       โซเฟียที่อัดพวกนั้นซะยับเยินลงไปนอนร้องโอดโอยอยู่บนพื้นทรายชี้หน้าไล่พวกมันโดยมีฉันอยู่ในอ้อมแขน ตอนที่กำลังบู๊กันอยู่เขาป้องกันฉันอย่างดีเลยล่ะ


       “แกเป็นใครถึงกล้ามาสั่งพวกฉัน”


       “ร้อยตำรวจเอกโซเฟียสุดหล่อ กล้าหือมีตาย!!!”


       ตอนแรกมาซะมาดแมน ‘ร้อยตำรวจเอก’ แต่ดันมาตกม้าตายตรง ‘สุดหล่อ’ เนี่ยแหละ = =


       “ฮึ่ย พวกเรากลับเว้ย”


       ไอ้สูทดำนั่นพูดด้วยเสียงไม่สบอารมณ์ก่อนจะเดินหลบฉากไป นายนี่ก็ช่างกล้านะโซเฟียที่ไปหลอกพวกนั้นว่าเป็นร้องตำรวจเอกน่ะ นายเรียนวิศวะไม่ใช่หรือไง - -?


       “เธอเป็นอะไรหรือเปล่าน่ะนิตติ้ง”


       พอพวกนั้นกลับไปหมดแล้ว เขาก็ก้มหน้าลงมาถามฉันทันทีแต่ฉันไม่ตอบ เขาจึงสำรวจร่างกายฉันจนไปพบกับแผลรอยเล็บที่ฝ่ามือที่ฉันเอามันมาเป็นเครื่องมือระงับอารมณ์ตอนที่ถูกกัสจูบครั้งแรกและแผลที่สองคือเศษแก้วที่ทิ่มเท้าฉัน หมอนี่คงเห็นจากการที่ฉันยืนเขย่งเท้าข้างนึงเนี่ยแหละ


       เขาไม่พูดหรือซักถามอะไรต่อนอกจากอุ้มฉันขึ้นและก้าวเท้าเดินออกไป จุดหมายคือที่ไหนฉันไม่รู้ ฉันรู้แต่ว่าฉันไม่อยากลงไปจากแขนของเขาเลยยิ่งตอนที่เขากอดฉันมันทั้งอุ่นทั้งทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัยและคิดว่าเขาจะไม่ทิ้งฉันไปไหน


 


       “ต๊าย! ยัยนิตติ้ง! แกเป็นอะไรน่ะ”


       พอโซเฟียอุ้มฉันเข้าบ้านมายัยลิ้นจี่ที่นั่งดูทีวีอยู่บนโซฟาก็ร้องซะดังลั่นพลางวิ่งเข้ามาหาฉันที่นอนหมดแรงอยู่บนแขนของโซเฟีย เขาวางฉันลงบนโซฟาอย่างแผ่วเบาและนั่งลงที่ข้างๆ ฉัน


       “เอ่อ...คุณโซเฟียคะนิตติ้งเป็นอะไรทำไมถึงอยู่ในสภาพยับเยินแบบนี้ล่ะคะ”


       “ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ ตอนที่ผมเจอนิตติ้งเธอก็อยู่ในสภาพแบบนี้แล้ว”


       “แกมีแผลด้วยนี่นา รอก่อนนะเดี๋ยวฉันทำแผลให้”


       ยัยลิ้นจี่ลุกออกจากโซฟาไป นิวตรอนที่เดินมาก็กระโดดขึ้นมานั่งแทนที่มันมองฉันด้วยสายตางงๆ ฉันจึงยกมือขึ้นมากอดมันไว้และน้ำตาก็ไหลออกมาอีกครั้ง (คนหล่อนั่งอยู่ข้างๆ ไม่กอดดันมากอดหมาซะงั้น)


       “โหนี่ยัยนิตติ้ง นี่แกไปเหยียบเศษแก้วที่ไหนมาเนี่ยฮะ”


       ฉันผละออกจากนิวตรอนแต่มือข้างหนึ่งก็ยังกอดมันอยู่และหันไปหายัยลิ้นจี่ที่นั่งอยู่ที่พื้นโดยมีขาของฉันวางพาดอยู่บนตัก มีหน้าที่ทำแผลก็ทำไมเหอะน่าจะถามทำไมให้มากเรื่องฉันไม่อยากตอบ


       “ฉันดึงออกนะ ระวังเจ็บ”


       “โอ๊ย!!”


       ฉันร้องขึ้นที่ยัยลิ้นจี่ดึงเศษแก้วออกจากฝ่าเท้าของฉัน นิวตรอนที่นั่งอยู่ข้างๆ ส่งเสียงร้องขึ้นมาฉันจึงหันไปลูบหัวมันเบาๆ ถึงมันจะพูดไม่ได้แต่พอมองตามันแล้วฉันก็ดูออกว่ามันเป็นห่วงฉัน


       “แล้วจะบอกได้หรือยังว่าเธอไปเจออะไรมา ถึงได้ตกอยู่ในสภาพแบบนี้เนี่ย”


       โซเฟียถามแต่ฉันก็นิ่ง ฉันไม่อยากพูดหรือคิดถึงเรื่องที่ฉันเพิ่งจะผ่านมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่แล้วอีก มันเป็นความทรงจำที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของฉันนี่ถ้าฉันไม่บ้าบิ่นหาทางเอาตัวรอดออกมาจากห้องนรกนั่นได้ป่านนี้ฉันจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้


       หลังจากที่ยัยลิ้นจี่ทำแผลให้ฉันเสร็จแล้วก็เป็นเวลาเดียวกับที่พ่อแม่แล้วก็พี่นิกกลับมาพอดี พอทุกคนเห็นฉันในสภาพที่แย่สุดๆ แบบนั้นก็ตั้งคำถามเป็นเสียงเดียวกันว่าฉันไปโดนอะไรมาฉันจึงเล่าพร้อมกับน้ำตาให้ทุกคนฟัง พอฟังเสร็จก็เดือดกันทุกคนเลยโดนเฉพาะพี่นิกด้วยความโกรธแค้นแทนฉันทุกคนจึงตรงไปยังห้องของกัสโดยปล่อยให้ฉันอยู่กับนิวตรอนสองคนแต่พี่นิกเขาก็ล็อคบ้านเอาไว้อย่างดีกลัวว่าพวกนั้นมันจะตามมาเอาตัวฉันไปถึงบ้าน


       ฉันไม่รู้ว่าทุกคนไปทำอะไรกัสร้ายแรงหรือเปล่า แต่ฉันไม่มีแรงจะทำอะไรแล้วแม้แต่เดินขึ้นห้องมายังต้องให้พี่นิกอุ้มขึ้นมาเลยอาบน้ำยังต้องให้แม่มาช่วย ฮ่าๆๆ พออาบเสร็จฉันก็มานั่งพิงหัวเตียงกอดพี่นิกอยู่เงียบๆ จนตัวเองเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้


 


*+*+*+*+*+* โปรดติดตามตอนต่อไป *+*+*+*+*+*


          สนทนาก่อนจาก :: สวัสดีค่ะเพื่อนๆ เรามาอัพตอนที่ 10 ให้แล้วนะ ขอโทษที่มาอัพช้าแต่เหตุผลก็เหมือนเดิมนั่นแหละคือเรียนหนักและงานเยอะมากกกกกกก! หาเวลามาอัพไม่ได้เลย =O= เวลากินข้าวยังไม่ค่อยจะมีเวลานอนก็โอ้...ขนาดนั่งกินข้าวเย็นอยู่ยังง่วงได้อ่ะเอาสิ หวังว่าเราอัพนิยายช้าแบบนี้เพื่อนๆ คงจะไม่หายหน้าหายตากันไปหมดนะเราไม่ทิ้งนิยายเรื่องนี้หรอกแต่อาจจะมาช้าสักนิสนึง ยังไงก็รอๆ นะคะ แล้วจะหาเวลามาอัพให้ อิอิ ถ้าอ่านเยอะก็อาจจะอัพเร็วนะบอกให้ ^O^



Posted : เมื่อ 13 กรกฏาคม 2012
บอกต่อเพื่อน
Url / Link : copy
Embed Code : copy
 7 ความเห็น!
อัพเร็วๆ น่ะ
เมื่อ 14 กรกฏาคม 2012
LEVEL 14 l EXP 3,509
อร๊ายยยยยยย กัสบ้าที่สุด รู้ก็รู้ ว่า นิตติ้งเป็นโซเฟีย ><
เมื่อ 15 กรกฏาคม 2012
อ๊ากกก อยากโดดเตะกัส -3-
เมื่อ 17 กรกฏาคม 2012
ติดตามจ้า อัพเร๊วๆน๊ะ กัสชั่วมว๊ากกกก
เมื่อ 22 กรกฏาคม 2012
LEVEL 11 l EXP 2,296
ไอกัส แกตาย! 55555+ ติดตามจร้า หนุกๆ อัพอีกเร็วๆน้า
เมื่อ 22 กรกฏาคม 2012
LEVEL 13 l EXP 3,351
ติดตามจ้าาา
เมื่อ 11 ตุลาคม 2012
LEVEL 6 l EXP 505
ติดตามอยู่ค่า แต่งต่อเร็วๆน๊า หนุกมากเลยค่ะ ><
เมื่อ 17 ตุลาคม 2012